โดนเติบแล้ว
posted on 13 Feb 2008 16:41 by naisibmuan
โดนเติบแล้ว(นานแล้ว) พอสิจื่อ(จำ)ได้อยู่ว่า ครอบครัวของข้อย
อยู่ในชนบทไกลจากหม่อง(แหล่ง)ที่มีความเจริญแล้ว อยู่หม่องได๋
หม่องนึง(แห่งใดแห่งหนึ่ง) แถวๆภาคอีสาน ที่หลายๆคนมักสิเอิ้น
(เรียก)ซุมเฮาว่า “ลาว” มันบ่ได้เป็นจั่งคำเผิ่นว่า(อย่างที่เขาว่า)ดอก
ซุม(พวก)เฮากะเป็นคนไทยคือกัน แต่หากเป็นไทยอีสาน จากนี้ไป
ขอให้ซุมเจ้าผู้ที่เจริญแล้วเอิ้นเฮาว่า “ไทยอีสาน” เด้อ
ครอบครัวของข้อยอยู่ในฐานะที่บ่จนแต่กะบ่รวย พอมีพอกิน
พอได้จุนเจือญาติพี่น้องตามกำลัง เป็นครอบครัวธรรมดาๆ
ชีวิตความเป็นอยู่บ่ได้โลดโผนอีหยังนักหนา จำได้ว่าตั้งแต่ยังเด็ก
พอเลิกเฮียนหนังสือตอนแลง กะต้องฟ้าว(รีบ)ลงไปนา พ่อแม่
กับซุมเอื้อยญาติพี่น้องไปเฮ็ดนากันเบิด(หมด)บ่มีไผอยู่บ้านจักคน
เวียก(งาน)ประจำที่ข้อยต้องรับผิดชอบกะคือ ไปต้อนควายลงกินน้ำ
ก่อนสิต้อนควายเข้าคอกในหมู่บ้านในตอนแลงตะเว็น(ตะวัน)สีแดงๆ
ยามตอนแลงในทุ่งนาสิมีเสียงเขียดจ่านาฮ้องดังแซวซะ(ดังระงม)
ไปหมดทั่งทั้งทุ่ง ซุมพ่อแม่ยังบ่เลิกจากนา ได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุ
ทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าลอยมาเป็นรายการวิทยุยามแลงของคลื่น AM
วิทยุบ้านนา สักพักแสงตาเว็นคล้อยลงปลายไม้กะพากันเลิกจากนา
เตรียมตัวอาบน้ำซุมผู้ชายจะอาบจากฝายตรงหัวนา ส่วนซุมผู้หญิง
สิพากันเมือเฮือนก่อนไปอาบน้ำอยู่เฮือน ส่วนตัวข้อยเองแม้สิออก
ก่อนแต่กะฮอดเฮือนทีหลังย้อนว่าควายสิเดินช้ากว่าคนอยู่แล้ว
นี้เป็นวิถีชีวิตประจำของชาวบ้านในชนบทอีสานโดยทั่วๆไป อาจมีบาง
เถื่อ(บางครั้ง) ที่ชาวชนบทแบบเฮาสิได้ครึกครื้น กะย่อนว่ามีหนังขาย
ยามาเปิดขายยาที่วัดในหมู่บ้านเฮา ซุมเด็กน้อยจังซุมข้อย กะสิพากัน
แล่นนำก้นรถ(วิ่งตามรถ) ในขณะที่รถฉายหนังขายยาจะวิ่งรอบๆหมู่บ้าน
เพื่อโฆษณาให้ชาวบ้านไปดูหนัง เขาจะได้ขายยาได้
นอกเหนือจากหนังขายยาแล้ว โอกาสที่ซุมเฮาสิได้พักจากงานและซุม
แซวกัน(พบปะพูดคุย)กะคืองานบุญตามประเพณีของชาวอีสาน เป็นต้น
ว่า บุญเข้าพรรษา/ออกพรรษา บุญกฐิน บุญพาเวสฯ บุญกองข้าว
บุญผ้าป่าต่างๆ งานบุญทั้งหลายนี้กะสิซ่อยให้หมู่บ้านมีสีสรรขึ้น
เว่าเถิงชีวิตกลางทุ่งของซุมข้อยลังเถื่อ(บางครั้ง) กะมีเรื่องให้ได้ทุกข์
ใจแต่กะเป็นแบบธรรมดาของคนธรรมดาๆทั่วไป ยามหน้าแล้งในยาม
มื่อเช้าเฮาสิปล่อยควายลงทุ่งนาให้หากินกันเอง ตามทุ่งนาทุกหม่อง
เก็บเกี่ยวเบิดแล้ว ส่วนเฮากะสิกลับเมือเฮือนก่อนยามตอนแลงจังสิ
ออกไปต้อนควายเข้าคอก แต่กะเหตุให้เฮาต้องเมื่อยกันกะคือว่า
ควายที่เฮาปล่อยในตอนเช้านั้นสิหากินและเล็มหญ้าไปเรื่อยๆ
หม่องใดดินชุ่มกะสิมีหญ้าให้กิน เฮาบังคับเขาบ่ได้ย้อนว่าบ่ได้ผูกเชือก
เขาไว้ หน้าแล้งนี้สิเป็นช่วงเวลาที่ควายสิมีอิสระเสรีหลาย
เฮาต้องออกเดินตามหาควายผ่านทุ่งนาทุ่งแล้วทุ่งเล่า แต่ละทุ่งที่เฮา
ผ่านไปสิเหลือแต่ตอเฟือง(ซังข้าว)แห้งที่สั้นกุดย้อนว่าล่วงเลยฤดูเก็บ
เกี่ยวมานานแล้ว บางทุ่งเจ้าของสิเผาตอเฟืองเฮ็ดให้ทุ่งทั้งทุ่งกลาย
เป็นสีดำ บางทุ่งกะบ่ได้เผา หม่องใด๋ที่ดินยังชื้นอยู่กะสิมีหญ้าแซมเป็น
จุดๆไป เอ็ดให้แนมเห็นทุ่งนาเป็นสีเหลือง ดำ เขียวสลับกันไป ในตอน
ตามหาเฮาสิหยุดเป็นระยะๆเพื่อฟังเสียงบักกะโหล่ง(กระดึงหรือกระดิ่ง
ที่ผูกคอควาย)ควาย เจ้าของควายแต่ละคนสิเฮ็ดเสียงบ่อคือกันเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง
เฮายางผ่านไปหลายทุ่งแล้วกะยังบ่อมีวี่แววบ่ได้ยินเสียงบักกะโหล่ง
ควายเลย ได้ยินแต่เสียงนกป่าฮ้องดัง โป๊ก..โป๊ก..โป๊ก..โป๊ก..
อยู่ปลายไม้สูง เมื่อยและเริ่มสิเบิดแฮงแล้ว น้าบ่าว(น้องชายของแม่)
กับซุมอ้ายบอกให้หยุดเซาเมื่อยก่อนแล้วจังเดินกันต่อ ข้างหน้าเป็น
ลำห้วยที่ไหลผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน เป็นลำห้วยที่มีมาโดนแล้วเป็น
แหล่งน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวชนบทมานาน ในหน้าแล้ง
น้ำในลำห้วยงวดลงหลายแล้ว บางแห่งแนมเห็นหาดทรายตามคุ้งน้ำ
ในหน้าฝนสองฝั่งห้วยอุดมไปด้วยหน่อไม่ไผ่ป่า ชาวบ้านได้อาศัยเป็น
แหล่งหาอาหารและรายได้เสริม เฮาต้องเดิยลุยผ่านลำห้วยไป
พอผ่านลำห้วยได้สักระยะฌอาหยุดฟังเสียงอีกเทื่อแต้กะบ่ได้ยินเสียง
อีหยังเลย เหลือหม่องสุดท้านแล้วที่เฮายังบ่ได้ไปหากะคือดงข้างหน้า
นี่เอง ระยะทางจากห้วยไปฮอดดงกะบ่ไกลปานใด๋พอยางแล้วหิวน้ำเห็น
สิได้ แต่สิ่งที่เฮ็ดให้เฮากังวลกะคือดงนี้มีงูจงอางค่อนข้างชุม และเคยมี
ว่าควายของชาวบ้านหลายตัวแล้ว ที่ถูกงูกัดตาย พอฮอดชายดงเฮากะ
ได้ยินเสียงบักกะโหล่งควาย แต่ยังบ่แน่ใจลองหยุดฟังอีกเทื่อจังได้ยินชัด
เป็นเสียงบักกะโหล่งควายแม่เขากอม(เขาโค้ง)เฮาพากันเดินเบิดหัน
(เดินอย่างรวดเร็ว)เพื่อไปหาควายของเฮา ยังอยู่ครบทุกตัว (ลืมบอกไป
ว่าควายเฮามี 6 ตัว)เฮาเอาเชือกผูกควายทุกตัวเพื่อจูงเมือเฮือน เทิงสูน
เทิงเมื่อย(ทั้งโมโหทั้งเหนื่อย)
ตอนนี้ตาเว็นเริ่งอ่อนแสงลงล่อเล่นกับยอดไม้อยู่วิบวับ ทางบ้านเริ่มเป็น
ห่วงซุมลูกๆย้อนว่าออกมาโดนแล้วและใกล้สิค่ำไปทุกที พ่อกับพ่อเสี่ยว
(เพื่อนรักของพ่อ)กะพากันออกตามพร้อมกับเตรียมแนวกิน(อาหาร)
ไปนำเพื่อว่าซุมข้อยสิหิว แนวกินที่แม่เตรียมให้กะมี ข้าวเหนียว+ปลา
แดกบอง ที่ลืมบ่ได้คือปิ้งซี้นหลอด(ปิ้งเนื้อเค็ม)
ซุมข้อยกับซุมพ่อมาพ้อ(พบ)กันกลางทาง พ่อดีใจหลายที่ลูกๆบ่เป็นหยัง
และควายยังอยู่ครบทุกตัว พ่อบอกให้พักและกินข้าวกันก่อน กะย่อนว่า
ย่านลูกๆเบิดแฮงสิยางบ่ฮอดเฮือน แล้วเฮากะพากันกินข้าวฮู้สึกว่าข้าว
มื่อนี้แซบหลายขนาด หลังจากอิ่มแล้วกะพากันจูงควายเมือเฮือนต่อ
พ่อให้ข้อยขี่หลังควายนำ พอฮอดเฮือนแล้วกะพากันอาบน้ำแล้วเข้า
นอนและหลับไปยาวจนฮอดตอนเช้าเลยย่อนว่าเมื่อยหลายยยย....